GSB Mymo MyAgent
วันอังคาร, 15 ตุลาคม 2562 10:00

ผู้นำเกาหลีใต้เจอวิกฤตการเมืองหนัก

โซล (บลูมเบิร์ก)  -  เมื่อสามปีก่อน ประธานาธิบดีมุนแจอินแห่งเกาหลีใต้อยู่ในบรรดาผู้ชุมนุมประท้วงบนถนนในกรุงโซลเพื่อเรียกร้องให้มีการถอดถอนอดีตประธานาธิบดีพัคกึนฮเยที่ถูกกล่าวหาว่าเพิกเฉยต่อเจตนาของประชาชน แต่ตอนนี้ ตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาก็กำลังถูกสั่นคลอนด้วยวิกฤตแบบเดียวกัน

โดยเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ประธานาธิบดีมุนถูกบีบให้ต้องออกโรงขอโทษประชาชน หลังจาก รมว.กระทรวงยุติธรรมโชกุกยอมแพ้ต่อการประท้วงของประชาชนและตัดสินใจลาออก  การออกจากตำแหน่งของเขาก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนกับประธานาธิบดีมุน ซึ่งเมื่อ 5 สัปดาห์ก่อนปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตของรมว.โชและครอบครัวอย่างหนักแน่น และหนุนให้เขาทำหน้าที่กำกับดูแลระบบยุติธรรมของประเทศ

การชุมนุมเดินขบวนและการสอบสวนตึงเครียดยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ โดยอัยการเข้าตรวจค้นบ้านของรมว.โช และนักกฎหมายหลายคนโกนศีรษะเพื่อประท้วงตำแหน่งรมว.กระทรวงยุติธรรมของเขา

พรรคฝ่ายค้านซึ่งมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ( ซึ่งที่ผ่านมาตกอยู่ในสภาพย่ำแย่หลังประธานาธิบดีมุนช่วยถอดถอนอดีตประธานาธิบดีพัคกึนฮเยในปี 2559 ) ได้คะแนนความนิยมจากประชาชนแซงพรรครัฐบาลในโพลสำรวจความเห็นล่าสุด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่ามุน ( ซึ่งเป็นอดีตทนายความเพื่อสิทธิพลเมือง )ไม่อาจหลุดพ้นออกจากวงโคจรที่พุ่งขึ้นสูงและดิ่งลงเหวของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้ โดยที่ผ่านมา ข่าวอื้อฉาวและแนวคิดมักก่อให้เกิดปัญหาในช่วงครึ่งหลังของวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปีของประธานาธิบดี

“ สถานการณ์การโค่นอำนาจของอดีตประธานาธิบดีพัค และเริ่มการบริหารประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดีมุน ตอนนี้กำลังฉุดให้เขาตกต่ำลง”   ศ.ฮงซงกุลจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกุกมินให้ความเห็น

“ ทั้งประธานาธิบดีมุนและรมว.โช คิดว่าการผลักคำวิจารณ์ไปอีกฝั่งอาจทำให้มันหายไป แต่มันไม่ใช่ และมันพัฒนาขึ้นเป็นการคัดค้านที่รุนแรงยิ่งกว่า”  ศ.ฮงระบุ

สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเพิ่มความเสี่ยงให้กับมุนเนื่องจากเขาเริ่มเตรียมตัวเพื่อการเลือกตั้งของสภาในเดือนเม.ย.ปีหน้า โดยคะแนนความนิยมของมุนลดฮวบลงเกือบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 41% ในสัปดาห์ที่แล้ว จากโพลของ Gallup Korea เมื่อเทียบกับคะแนนความนิยมที่เขาเคยได้สูงถึง 84% หลังเขาชนะการเลือกตั้งในเดือนพ.ค.2560

ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง มุนให้คำมั่นว่าจะ “เป็นประธานาธิบดีของทุกคน” การตัดสินใจแต่งตั้งหนึ่งในอดีตเลขาฯของเขาให้มารับตำแหน่งรมว.กระทรวงยุติธรรมทั้งที่ยังมีการสอบสวนก่อให้เกิดการเปรียบเทียบกับสมัยอดีตประธานาธิบดีพัค

โดยโชปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเขาและภรรยา ซึ่งรวมถึงการปลอมแปลงเอกสารเพื่อสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของลูกสาวของเขาและการลงทุนที่ไม่โปร่งใสในธุรกิจร่วมลงทุน

“ การสูญเสียที่ใหญ่หลวงที่สุดของมุนในสถานการณ์นี้คือ ชนชั้นกลางในประเทศ เขาอ่านความคิดของประชาชนผิดพลาดไป ”  ศ.ชเวชางรยุล  ผู้เชี่ยวชาญการเมืองที่มหาวิทยาลัยยองอินระบุ  “ มันยากที่คะแนนความนิยมในตัวเขาจะดีดกลับขึ้นมาก่อนการเลือกตั้งในปีหน้า”

 

Read 141 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM